TH

‘โคมไฟติดผนังภายใน’ เลือกยังไงให้ตอบโจทย์การใช้งาน

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
โคม ไฟ ติด ผนัง (wall light and lamp)

วิธีเลือกโคมไฟติดผนังภายในให้ตอบโจทย์

การออกแบบแสงไฟภายในบ้าน นอกจากการใช้งานในแต่ละวันแล้วยังสามารถเป็นการตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงของตัวโคมไฟที่ทำให้ผนังบ้านแต่ละจุดมีลูกเล่น รวมถึงแสงไฟที่ออกจากโคมไฟแต่ละชนิด ทำให้สร้างอารมณ์ที่แตกต่างกัน หากเรานำมาประยุกต์ใช้ภายในบ้านก็จะช่วยให้บ้านของเรามีความแปลกใหม่นอกเหนือจากหลอดไฟแบบเดิมๆ ซึ่งวันนี้จะขอพูดถึงประเภทของโคมไฟติดผนังภายใน ลองมาดูวิธีการเลือกซื้อโคมไฟติดผนังภายในให้เหมาะกับการใช้งานในบ้านของคุณ

ก่อนที่จะทำความรู้จักกับโคมไฟติดผนังแบบต่างๆ แสงไฟจากโคมไฟแต่ละชนิดก็มีหน้าที่ในการให้แสงสว่างที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งได้ 4 ประเภทดังนี้

1.Direct

แสงที่ส่องโดยตรง ซึ่งแสงไฟประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไฟบนเพดานที่ส่องลงมาทั่วทั้งห้อง ให้ความสว่างโดยรวม
2.Indirect
แสงที่ส่องทางอ้อมโดยแสงไฟประเภทนี้อาจจะมาจากโคมไฟที่ส่องแสงเข้าผนังหรือเพดานแล้วกระจายแสงไปรอบๆห้อง ซึ่งแสงที่ได้จะนุ่มนวลกว่าไฟที่ส่องโดยตรง
3.Diffused
แสงที่ส่องแบบกระจาย โดยแสงแบบนี้มักจะอยู่ในโคมไฟที่ปิดมิดชิด เช่น โคมไฟทรงกลม ซึ่งทำหน้าที่กระจายแสงให้อ่อนและนุ่มลง สามารถจ้องมองได้โดยตรง
4.Se-mi indirect
แสงที่ส่องกึ่งทางอ้อม แสงแบบนี้มักจะมาจากโคมไฟที่ให้แสงสว่าง 2 ทาง อาจเป็นโคมไฟติดเพดานที่ให้ส่องแสงลงมาด้านล่างแต่ยังคงกระจายแสงไปที่เพดานเพื่อกระจายความสว่างอีกด้วย

โคม ไฟ ติด ผนัง (wall light and lamp)
โคม ไฟ ติด ผนัง (wall light and lamp)

การกระจายแสงของโคมไฟนั้นมีผลในการเลือกโคมไฟติดผนังภายใน ซึ่งโคมไฟแต่ละชนิดจะมีการแบ่งประเภทตามการใช้งาน ดังนี้

1.โคมไฟ Valance Lighting – เป็นโคมไฟติดผนังภายในที่ให้แสงสว่างในแนวราบยาว ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการติดตั้งเพื่อช่วยให้แสงสะท้อนขึ้นไปบนเพดาน เพื่อให้เกิดความสว่างที่สบายตา
2.โคมไฟ Bracket Lighting – ลักษณะของโคมไฟประเภทนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นโคมยื่นออกจากผนัง เมื่อติดตั้งแล้วจะส่องกระทบกับผนังด้านบนและด้านล่าง นิยมใช้ในห้องนอน เปิดไฟอ่านหนังสือ หรือในห้องครัว
3.โคมไฟ Cove Lighting – โคมไฟที่ติดไว้ด้านบนสุดของผนัง แสงสว่างจะส่องขึ้นด้านบนกระทบกับเพดานโดยตรง เหมาะกับบ้านที่มีเพดานต่ำเพราะจะช่วยสร้างมิติให้ห้องดูสูงมากขึ้น
4.โคมไฟ Canopy Lighting – เป็นโคมไฟติดผนังภายในที่ติดให้ยื่นออกจากผนัง หรืองานสถาปัตยกรรม จะติดตั้งตามห้องน้ำหรือห้องแต่งตัว อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้หลากหลายตำแหน่งตามความต้องการ
5.โคมไฟ Cornice – โคมไฟติดผนังที่ยื่นออกมาจากผนังเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นไฟที่ติดตั้งแบบถาวร สามารถใช้งานได้ทั้งแบบ Direct Light หรือ Indirect Light ให้อารมณ์แบบสุนทรี

หากเราเลือกจัดวางไฟหลายๆ แบบในห้องก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจภายในห้องมากขึ้น ไม่ว่าจะทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉงหรือแม้แต่ทำให้ผ่อนคลาย ที่สำคัญต้องไม่ลืมเลือกใช้โคมไฟแบรนด์คุณภาพอย่าง ‘LIGMAN’ ที่จัดจำหน่ายโคมไฟหลากหลายดีไซน์ทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้คำปรึกษาและบริการด้านแสงสว่างที่ครบวงจรโดยคำนึงถึงความสวยงามและความปลอดภัยในบ้านของคุณ

โคม ไฟ ติด ผนัง (wall light and lamp)
โคม ไฟ ติด ผนัง (wall light and lamp)

FAQs:

แสงจากโคมไฟติดผนังที่ให้แสงสว่างแบบ Direct คืออะไร

: โคมไฟติดผนังที่มีทิศทางส่องสว่างแบบ Direct คือการที่แสงส่องออกมาจากโคมและส่องกระทบวัตถุโดยตรงซึ่งจะให้แสงสว่างเน้นไปยังพื้นที่นั้นๆ โดยส่วนมากจะเป็นไฟเพดานที่ส่องลงมาที่พื้น หรือ กระจายแสงลงให้สว่างทั่วทั้งพื้นที่

แสงจากโคมไฟติดผนังที่ให้แสงสว่างแบบ Diffused คืออะไร

: โคมไฟติดผนังที่มีทิศทางส่องสว่างแบบ Diffused คือ การที่แสงส่องแบบกระจาย โดยแสงแบบนี้มักจะอยู่ในโคมไฟที่ปิดมิดชิด เช่น โคมไฟทรงกลม ซึ่งทำหน้าที่กระจายแสงให้อ่อนและนุ่มลง สามารถจ้องมองได้โดยตรง

โคมไฟติดผนังแบบใดที่คนส่วนใหญ่มักนิยมใช้งานในห้องนอน และ ห้องครัว

: โคมไฟติดผนังแบบ Bracket Lighting ซึ่งลักษณะของโคมไฟประเภทนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นโคมยื่นออกจากผนัง เมื่อติดตั้งแล้วจะส่องกระทบกับผนังด้านบนและด้านล่าง นิยมใช้ในห้องนอน เปิดไฟอ่านหนังสือ หรือในห้องครัว

โคมไฟติดผนังแบบใดที่เหมาะมากกับการติดตั้งในบ้านที่มีเพดานต่ำ

: โคมไฟติดผนังแบบ Cove Lighting เนื่องจากโคมไฟแบบนี้จะให้แสงที่ทำให้ดูมีมิติและห้องดูสูงและโปร่งมากขึ้น

โคมไฟติดผนังแบบ Canopy Lighting จะนิยมใช้กับพื้นที่ใดมากที่สุด

: โคมไฟติดผนังแบบ Canopy Lighting มักจะติดตั้งในห้องน้ำ และ ห้องแต่งตัวเป็นส่วนใหญ่